เหรียญ กลุ่มรักษามูลค่า คริปโตที่เก็บความมั่งคั่งให้เงินเราได้

เหรียญ กลุ่มรักษามูลค่า

เหรียญ กลุ่มรักษามูลค่า (Store of Value) คือประเภทหนึ่งของเหรียญคริปโตเคอเรนซี่ ที่มี การเติบโตแบบ exponential นับว่าเป็นต้นแบบของเหรียญทั้งหลาย และมีการแยกออกมาจากการทำงาน เงื่อนไขของเหรียญ และการกำหนดต่างๆ โดยผู้พัฒนา ซึ่งประเภทนี้ยังเป็นของเหรียญแรกในวงการนี้ด้วย นั่นก็คือบิตคอยน์ บทความนี้จึงเป็นการขยายความของเหรียญกลุ่มนี้ การทำงาน และจุดเด่นของมัน

คริปโต เหรียญ กลุ่มรักษามูลค่า คืออะไร

คือเหรียญคริปโตประเภทหนึ่งที่มีการรักษามูลค่าไว้ ทั้งแบบด้วยเงื่อนไข การจำกัดปริมาณ รวมไปถึงการกำจัดเหรียญออกไปด้วย ซึ่งคำว่า “Store of Value” คำนิยามของมันจริงๆ ก็หมายถึงแหล่งเก็บมูลค่าจำพวกสกุลเงิน สินค้าโภคภัณฑ์ หรือทรัพย์สินต่างๆ ที่มีมูลค่าคงอยู่เป็นเวลานาน และยิ่งเก็บมูลค่าก็อาจยิ่งเพิ่มได้แบบไม่เสื่อมค่าลง ซึ่งต้องเป็นเหรียญที่สามารถมีปัจจัยหลายอย่างดังนี้ประกอบอยู่ด้วย 

  • สิ่งที่ต้องได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง คือการเป็นที่นิยม และสามารถเข้าถึงได้ง่ายๆ ซึ่งแน่นอนว่ายิ่งได้รับความนิยมก็ยิ่งทำให้มูลค่าสูง  เพราะยิ่งมีคนจำนวนมากมองว่าเป็นแหล่งเก็บความมั่งคั่งมากเท่าไร ก็ยิ่งเป็นคลังมูลค่าที่ดียิ่งขึ้นเท่านั้น 
  • ทนทานยาวนาน ไม่เสื่อมค่าง่ายๆ เสน่ห์ดึงดูดที่คล้ายๆ ทองคำที่ไม่สามารถเลียนแบบได้ เลยยังเก็บไว้ได้นาน ไม่ว่าจะเป็นปี หรือแม้แต่ศตวรรษ มูลค่าของสิ่งนี้ ก็ยังคงมูลค่าไว้ได้เป็นเวลานานแถมมีราคาที่เพิ่มขึ้นได้เรื่อยๆ  
  • ซื้อ และขายง่าย สิ่งที่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงิน หรือสินทรัพย์อื่นๆ ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ซึ่งก็จำเป็นต้องมีตลาดที่แข็งแกร่ง จากผู้คนที่ต้องการซื้ออย่างต่อเนื่อง และคุณสมบัติที่รวดเร็ว อย่างการโอนเงินข้ามประเทศแค่หลักนาทีเท่านั้น ซึ่งนี่เป็นจุดแข็งของคริปโตเลย
  • มีอุปทานจำกัด คุณสมบัติที่มีใน คริปโตกลุ่มรักษามูลค่า อย่าง Bitcoin ที่จะมีจำนวนเหรียญจำกัดไว้ที่ 21 ล้านเหรียญ หรือ Litecoin ที่มีการจำกัด 84 ล้านเหรียญ ซึ่งยิ่งใกล้หมดเหรียญก็จะยิ่งมีค่ามากขึ้น

ที่มา: What Is a Store of Value? Bitcoin vs Dollars [1]

เหรียญ บิตคอยน์

เหรียญ บิตคอยน์ (Bitcoin) คือสกุลเงินดิจิทัลตัวแรก และเป็นเหรียญที่อยู่ในอันดับ 1 ของโลกที่มูลค่ามากที่สุด โดยเปิดตัวในปี 2009 โดยใช้เทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยมากที่สุด ตรวจสอบได้ง่าย จากการตรวจสอบธุรกรรมที่มีคนมาตรวจสอบได้เป็นล้านๆ Node นับแต่นั้นมา Bitcoin ก็พัฒนาจากสิ่งสินทรัพย์แปลกใหม่มาเป็นสินทรัพย์เก็งกำไร การลงทุน และสกุลเงินที่แลกเปลี่ยนได้ 

จนเหรียญนี้ก็กลายเป็นรู้จักกันมากขึ้นจนเข้าคุณสมบัติ Store of Value ข้างต้นเลย โดยบิตคอยน์ยังมีการจำกัดปริมาณเหรียญ แถมยังมีความเร็วในการผลิตที่ลดลงสวนทางกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ทุกๆ 4 ปีจากการผลิต 50 ลดลงมาครึ่งหนึ่ง 25 และลดลงทีละครึ่งเรื่อยๆ และด้วยความต้องการที่มีเท่าเดิม และเพิ่มขึ้นก็ทำให้ราคามีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วมากๆ [2]

เหรียญ ไลท์คอยน์

เหรียญ ไลท์คอยน์ (ฺLitecoin) คือสกุลเงินดิจิทัลที่พัฒนาหลังการมาของบิตคอยน์ได้ไม่นานในปี 2011 โดยนาย Charlie Lee ซึ่งใช้พื้นฐานของระบบเดียวกันทั้งหมดเลย เพียงแต่จะมีการปรับโค้ดนิดหน่อยในเรื่องของการขุดที่ลดการใช้การประมวลผลที่น้อยกว่าบิตคอยน์ โดยระบบพื้นฐานการทำงานของเหรียญดังกล่าวก็จะมีดังนี้

  • หลักฐานการทำงาน: Litecoin ใช้หลักฐานการทำงานแบบเดียวกับบิตคอยน์ อย่างการขุดแบบ Proof of Stake แต่พึ่งพาพลังการประมวลผลน้อยกว่าซึ่งเน้นการใช้แรมมากกว่า การประมวลผลของการ์ดหน้าจอ จึงขุดได้ง่ายกว่าจากคนทั่วไป
  • โดยจากความเร็วในการสร้างบล็อกที่เร็วกว่า ไลท์คอยน์จึงถูกออกแบบมาให้ยืนยันธุรกรรมที่รวดเร็วกว่า แถมมีความสามารถในการปรับขนาดได้สูง ส่งผลให้เหรียญนี้มันสามารถรองรับปริมาณการทำธุรกรรมได้มากกว่า ซึ่งก็สามารถทำได้เร็วกว่าถึง  4 เท่า

ที่มา: Litecoin คืออะไร และมันแตกต่างกับ Bitcoin อย่างไร ? [2]

เปรียบเทียบความแตกต่างของ Litecoin กับ Bitcoin

เหรียญ กลุ่มรักษามูลค่า

โดยในหัวข้อนี้จะเป็นการนำความเหมือน และความแตกต่างของสองเหรียญนี้ ว่ามีจุดไหนที่เหมือนกันบ้าง และจุดไหนที่เป็นจุดสังเกต ในความแตกต่าง ซึ่งก็จะเป็นภาพรวมของเหรียญทั้งสอง ทั้งการทำงาน มูลค่าในตลาด รวมไปถึงความเร็วในการทำธุรกรรมที่ต่างกันหลายเท่า ซึ่งก็มีหัวข้อแยกได้ตามนี้

  • ความแตกต่างในการตรวจสอบธุรกรรม ในเรื่องของการตรวจสอบธุรกรรมทั้งสองมีการใช้ระบบ PoW หรือ Proof of Work ที่เหมือนกัน ซึ่งเป็นการตรวจสอบธุรกรรมที่ให้นักขุด ร่วมการตรวจสอบจากการแก้สมการที่ซับซ้อน ซึ่งก็ต้องใช้การประมวลผลที่มากประมาณหนึ่ง ยิ่งแรงก็ยิ่งเร็ว
  • ความเร็วในการทำธุรกรรม โดยในการสร้างบล็อกที่ต่างกัน ก็ทำให้ความเร็วต่างกันไปด้วยอย่างบิตคอยน์ใช้ 10 นาที่ต่อ 1 บล็อก และไลท์คอยใช้ 2.5 นาที ซึ่งทำให้การทำธุรกรรมเร็วกว่าคือ 50 ธุรกรรมต่อวินาที และบิตคอยน์ใช้ 7 ธุรกรรมต่อวินาที ซึ่งมีความเร็วที่ช้ากว่า 4 เท่า
  • อัลกอริทึมต่างๆ ในส่วนของบิตคอยน์จะใช้ Sha-256 ซึ่งทำให้มีการใช้การประมวลผลของชิปในการ์ดจอมากที่สุด ซึ่งการมีการ์ดจอแรงๆ ก็จะมีราคาที่สูง ในขณะที่ไลท์คอยน์ใช้ส่วนของแรมมากกว่า และด้วยแรมที่มีราคาถูกกว่า ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าตรวจสอบธุรกรรมและรับเป็นเหรียญไลท์ได้ ไม่ไปกระจุกอยู่แต่คนมีเครื่องแรงๆ แบบบิตคอยน์

ที่มา: Bitcoin vs. Litecoin: What’s the Difference? [3]

Bitcoin halving คืออะไร วัฏจักรที่เพิ่มมูลค่าให้ BTC

Bitcoin halving คือชุดคำสั่งจากผู้สร้างของบิตคอยน์ มีการขุดครบ 210,000 บล็อก ครั้งต่อไปก็จะมีการลดรางวัลจากการแก้สมการสำเร็จ ซึ่งการที่จะขุดครบ 210,000 บล็อก ก็จะใช้เวลาประมาณ  4 ปีพอดี ซึ่งการลดรางวัลลงไปครึ่งหนึ่งนี่แหละที่ทำให้เหรียญดังกล่าวหากยากไปเรื่อยๆ เพราะความต้องการเดิม แต่การผลิตอยู่ๆ ลดลงไปครึ่งหนึ่งมูลค่าของมันจึงค่อยๆ สูงขึ้นตามกลไกของตลาด 

ซึ่งใน 15 ปี การเกิด Halving ก็เกิดมาแล้ว 4 ครั้ง และทุกครั้งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นราวเกือบปี มูลค่าของ BTC ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก และก็ลดลงโดยมีการปรับฐานต่ำสุดที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ที่ 4 ปีเลย โดยครั้งแรกลดจาก 50 เหรียญ เป็น 25 ครั้งที่สองจาก 25 มาเป็น 12.5 ครั้งที่สามลดจาก 12.5 เป็น 6.25 และล่าสุดที่เพิ่งเกิดไปในช่วงเมษายน 2024 นี้คือการลดลงไปจาก 6.25 เป็น 3.125 [4]

จุดเด่นหลักๆ ของเหรียญคริปโต

จุดเด่นหลักๆ ของเหรียญ คริปโต คืออะไร บทความนี่จะมาพูดถึงเพิ่มเติม สกุลเงินใหม่นี้ก็จะมีจุดเด่นอื่นๆ ที่นอกเหนือจากคุณสมบัติของคำนิยามในคำว่า “Store of Value” เกี่ยวกับสินทรัพย์ต่างๆ ได้ ซึ่งยังเป็นจุดเด่นที่มีแค่ในคริปโต เท่านั้นที่สามารถทำได้ดี โดยก็จะมีจุดเด่นต่างๆ ดังนี้

  • ความสามารถในการพกพา : สามารถใช้ได้แบบไร้พรมแดน ซึ่งช่วยให้ผู้ที่ใช้งานที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ก็โอนและรับได้ไม่ว่าจะอยู่ไหน ยิ่งเป็นการโอนข้ามประเทศก็ยิ่งคุ้มค่า เพราะไม่มีตัวกลางอย่างธนาคารมาจัดการให้
  • ความสม่ำเสมอ: เหรียญส่วนใหญ่ยังไม่สามารถทำปลอมแปลงได้ และไม่มีรูปลักษณ์ที่จับต้องได้ แถมยังมีการตรวจสอบธุรกรรมที่ตรวจสอบได้ง่ายกว่าล้านก็อปปี้
  • บิตคอยน์และเหรียญต่างๆ แต่ละหน่วยสามารถแบ่งได้เป็นหลายหน่วย  ซึ่งมันทำให้ชำระเงินสำหรับธุรกรรมในแต่ละวันนั้นแบ่งจ่ายได้ง่ายๆ เหมือนกับการจ่ายค่ากาแฟหนึ่งแก้ว หรือเป็นเจ้าของได้แม้จะมีเงินน้อยก็ตาม

สรุป เหรียญ กลุ่มรักษามูลค่า คริปโตเพื่อความมั่งคั่ง

เหรียญ กลุ่มรักษามูลค่า

ประเภทหนึ่งของสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง คริปโต ที่เป็นเหรียญที่มีการรักษาความปลอดภัยสุดยอด โดยเหรียญกลุ่มนี้ก็เป็นเหรียญที่สามารถคงมูลค่าเอาไว้ได้ ไปจนถึงสามารถเพิ่มมูลค่าให้ตัวเองได้เมื่อเวลาผ่านไปอีกด้วย อีกหนึ่งประเภทที่ควรดูดีๆ และควรซื้อเก็บไว้ยาวๆ

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง