Country Growth ลงทุนกับประเทศ ที่มีโอกาสเติบโตในอนาคต

Country Growth

Country Growth ธีมการลงทุนกับกลุ่มประเทศที่มีแนวโน้ม และโอกาสเติบโตได้ดีจากอดีตที่ผ่านมา 1-2 ปีให้หลัง และจะส่งผลไปยังอนาคตอีกหลาย 10 ปี มันจึงเป็น ธีมลงทุน มาแรง บทความนี่จึงเป็นการแนะนำผู้ลงทุนใหม่ๆ หรือผู้ที่ลงทุนอยู่แล้วให้ วิเคราะห์ตัวเลือกนี้ในเข้าไปในพอร์ตด้วย โดยจะพูดถึงแนวโน้มของประเทศเหล่านั้น และชี้เป้า 2 กองทุนน่าสนใจ

4 มิติการเติบโตที่มี Country Growth เป็นส่วนประกอบ

โดยนี่เป็นพอร์ตการลงทุนที่เรียกว่า Fully Invested หรือการลงทุนในหุ้นแบบเต็มข้อ ซึ่งควบคุมพอร์ตด้วยการกระจายลงทุนหลายๆ ธีม จากหมวดหมู่ที่ถูกจัดเป็น 4 มิติการเติบโต หรือ The Four Dimensions of Growth จะมีดังนี้

  • Growth Country  ลงทุนจากกลุ่มประเทศหรือภูมิภาคที่มีโอกาสเติบโต อันเป็นหัวข้อหลักของบทความนี้
  • Technology Growth การลงทุนในธีมหุ้นบรรดาเทคโนโลยีหลักๆ ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดมาโดยตลอด และต่อไปในอนาคต
  • Sustainability Growth ลงทุนกับธีมหุ้นยั่งยืน พร้อมสอดรับกับแนวคิดการลดภาวะโลกร้อน
  • Quality Growth ธีมการลงทุนที่อาจไม่ได้เร็วแรงเท่ากับธีมอื่น แต่มันสามารถเติบโตได้ในทุกสภาวะตลาด ซึ่งการมีธีม Quality Growth อยู่ในพอร์ต ก็จะช่วยลดความผันผวน และเป็น Safe haven ได้เลย

ที่มา: GGG ปรับพอร์ตใหญ่ประจำปี 2024: India, Technology, Sustainability และ Luxury [1]

โอกาสในการเติบโตของตลาดหุ้นเวียดนาม

ถือเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ กำลังมองหาผลกำไรนอกจากกองทุนอเมริกา และดึงกราฟขึ้นจากหุ้นไทยช่วงนี้ ก็คือตลาดหุ้นเวียดนาม โดยตอนนี้คือหุ้น Frontier Market ที่กำลังพัฒนาไปยัง Emerging Market (ตลาดเกิดใหม่) ซึ่งจะดึงดูดนักลงทุนเข้ามาได้อีกเพียบ

ข้อมูลจาก Bloomberg ที่เทียบการเติบโตของเวียดนามปี 2019-2023 ระบุว่า Market Cap. ของตลาดลงทุนเวียดนาม อยู่ที่ประมาณ 60% ต่อ GDP โดยมีอัตราเติบโตที่สูงกว่าไทย 42% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ไทยโตขึ้นเพียง 6% เท่านั้น จากกราฟการเคลื่อนไหวของดัชนี VN Index ต้นปี 2019 อยู่ที่ 892.54 จุด และล่าสุดข้อมูล ณ วันที่ 22 มีนาคม 2024 ขึ้นมาถึง 1,281.80 จุด [2]

อินเดีย ประเทศที่เศรษฐกิจขยายตัวเร็วที่สุด

สำหรับประเทศนี้ก็เป็นที่พูดถึงมานานแล้ว จากการมาของเทคโนโลยี และประชากรหนุ่มที่มีมากมายเหลือเกิน และสิ้นปี 2023 ก็จ่อขึ้นแท่นประเทศเศรษฐกิจขยายตัวเร็วที่สุดในโลกแล้ว โดยมีการประเมินว่าจะมีการเติบโตของ GDP อีกปีกว่าๆ ถึง 6.5% ซึ่งก็มีหลายปัจจัยที่ทำให้ประเทศนี้แข็งแกร่งในตัวเอง

  • รายได้จากการผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์ ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ทั้งยอดขายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งก็มีกำลังซื้อในประเทศที่มากล้น
  • อินเดียมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก ในอีกไม่ถึง 2 ปีต่อจากนี้อาจสามารถ มีขนาดการตลาดแซงหน้าญี่ปุ่นไปได้เลยก็ได้
  • ภาคอุตสาหกรรมไอทีของอินเดีย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อ GDP ซึ่งประเทศมีการส่งเสริมทั้งการผลิต ไปจนถึงการเรียนการสอนเลย

ที่มา: อินเดียจ่อขึ้นแท่นประเทศเศรษฐกิจขยายตัวเร็วที่สุดในโลก GDP จะโต 6.5% ในช่วง 2 ปีข้างหน้า [3]

แนะนำ 2 กองทุนจากธีมประเทศมีโอกาสพัฒนา

โดยสองกองทุนที่จะแนะนำในวันนี้ จะเป็น 1 ในกองทุนของกลุ่มประเทศที่มีโอกาสพัฒนา ซึ่งก็มีอีกหลายกองทุนให้ตัดสินใจมาก โดยเป็นการคัดจากกองทุนของไทยอีกที ที่ลงทุนในประเทศเหล่านั้น และทำผลงานได้โดดเด่นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งก็มี 2 กองทุนจาก 2 ประเทศข้างต้น ดังนี้

B-BHARATA กองทุนเปิดบัวหลวงภารตะ

  • ประเภทกองทุน: India Equity เน้นลงทุนในหุ้นที่ทรงอิทธิพลที่สุด 10 อันดับแรก
  • ค่าธรรมเนียม: ขาย 1% รับซื้อคืน 0%
  • ลงทุนขั้นต่ำ: ครั้งแรก 500 บาท ครั้งต่อไป 500 บาท
  • มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 2,070,067,774.24 บาท
  • ผลตอบแทนย้อนหลัง: 1 ปี +32.46%

อ่านรายละเอียดของกองทุนได้ที่ finnomena

PRINCIPAL VNEQ-A กองทุนเปิดพรินซิเพิล เวียดนาม

  • ประเภทกองทุน: Vietnam Equity เน้นลงทุนในตราสารแห่งทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เวียดนาม
  • ค่าธรรมเนียม: ขาย 1.5% รับซื้อคืน 0%
  • ลงทุนขั้นต่ำ: ครั้งแรก 1000 บาท ครั้งต่อไป 1,000 บาท
  • มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ: 9,537,688,273.23 บาท
  • ผลตอบแทนย้อนหลัง: 1 ปี +33.86%

 อ่านรายละเอียดของกองทุนได้ที่ finnomena

สรุป Country Growth เลือกลงทุนกับประเทศที่เติบโตได้ดี

Country Growth

การลงทุนในตัวเลือกหนึ่งที่เป็นการลงเงินไปกับกลุ่มประเทศที่มีโอกาสไปได้ไกลกว่านี้ สำหรับผู้ที่ต้องการหากองทุนต่างประเทศถือไว้ สองประเทศอย่าง เวียดนามกับอินเดียก็เป็นกลุ่มประเทศเหล่านั้นที่โดดเด่นที่สุดในโลก ซึ่งมีประชากรหนุ่มสูง แถมกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง