staking คืออะไร พร้อมแนะนำวิธีการ และความเสี่ยง

Staking คืออะไร

staking คืออะไร บทความนี้จะมาให้คำตอบกันว่าการลงทุนในสินทรัพย์แบบใหม่ๆ อย่าง Crypto ซึ่งเป็นการลงทุนรูปแบบหนึ่งในการลงทุนกว่า 10 แบบ โดยแทนที่จะเก็บไว้กินส่วนต่างของความผันผวน ก็เอาไปเก็บในระยะยาว และรับรายได้แบบ Passive Income เพิ่มเติมได้ ไปดูกันเลยว่ามันคืออะไร มีวิธีการทำอย่างไร

staking คืออะไร ในโลกคริปโต

ระบบนี้มันเริ่มมาจากการคิดค้นวิธีการสร้างเหรียญใหม่ ซึ่งการขุดก็ยังขุดแบบเดิม แต่ในการตรวจสอบในวิธีนี้ ก็จะเป็นการนำเหรียญไปล็อกไว้เพื่อตรวจสอบธุรกรรมหรือความถูกต้องของโหนด เรียกว่าการ Proof-of-Stake เพียงแต่เราไม่ได้ไปล็อกเอง เพราะจะมีแพลตฟอร์มต่างๆ รวบรวมเหรียญจากเราๆ นี่แหละ ไปทำขั้นตอนนี้ให้

ซึ่งยิ่งมีจำนวนคนนำเหรียญไปฝากไว้หรือล็อกไว้มากเท่าไหร่ เครือข่ายนั้นๆ ก็จะมีความปลอดภัยมากเท่านั้น ส่วนนักลงทุนที่นำเหรียญมาฝากก็จะได้ผลตอบแทนตามสัดส่วนที่ล็อกไว้ ซึ่งปัจจุบันก็มีวิธีการที่ง่าย ในแต่ละแฟลตฟอร์ม เพียงมีเหรียญในมือก็สามารถนำไปล็อกไว้ได้ง่ายๆ

วิธีการ Staking พื้นฐาน ในแต่ละแฟลตฟอร์ม

ซึ่งในการทำ Staking Crypto ก็มีหลายเจ้ามากที่มีระบบนี้ให้อย่าง Binance หรือ Lido แถมยังมีวิธีที่ง่ายใช้เวลาไม่นาน ก็สามารถทำรายการ นำเหรียญไปล็อกได้ โดยก็จะเป็นเหรียญที่นิยมนำมาใช้ในระบบของ POS หรือ Proof-of-Stake อย่าง ETH, BNB หรือ Solana และอีกมากมาย

  • วิธีแรกเลยก็คือการซื้อเหรียญที่สามารถนำมาเข้าระบบของการ Proof-of-Stake ได้ ยิ่งเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมเยอะก็ยิ่งดี และนำมาเก็บไว้ใน Wallet ต่างๆ 
  • ผูก Crypto Wallet นั้นๆ เข้ากับบล็อกเชน หลังจากที่มีเหรียญในกระเป๋าคริปโตแล้ว เข้าไปเชื่อมต่อได้ง่ายๆ ผ่านหน้าเว็บหลักหรือแพลตฟอร์มที่มีฟีเจอร์นี้ได้เลย เช่น Binance ที่จะมีการผูกกระเป๋าคริปโตได้ด้วย
  • เลือก Node Validator เมื่อผูกเรียบร้อยแล้ว ในการจะเริ่ม Staking เราก็จะต้องโอนเหรียญเข้าไปล็อกใน โปรโตคอลหรือผู้ให้บริการนั้นๆ ซึ่งก็จะมีค่า Gas ค่าธรรมเนียมในการโอนนิดหน่อย
  • หลังจากนั้นก็เลือกล็อกเหรียญได้เลย โดยผลตอบแทนก็จะจ่ายมาเป็นค่าธรรมเนียมได้เรื่อยจากการพิสูจน์ธุรกรรมได้เลย ซึ่งการ Staking นี้ก็จะมีระยะเวลาให้เลือก 30 วัน 60 วัน หรือ 90 วัน ซึ่ง ระหว่างล็อกไว้ก็จะไม่สามารถถอนออกมาใช้ในฟีเจอร์อื่นๆ ได้

ที่มา : Staking Crypto คืออะไร ทำยังไง ต้องระวังอะไรบ้าง ฉบับอัปเดต 2023 [1]

ความเสี่ยงของการ Staking 

นอกจากการ Staking จะมีข้อดีในการกินค่าธรรมเนียมแบบ Passive income หรือยังช่วยให้ประหยัดพลังงานพิสูจน์บัญชีกับทำให้มีการกระจายอำนาจที่มากขึ้น เพิ่มสภาพคล่องในการทำธุรกรรมต่างๆ อีกด้วย แต่ในเรื่องของความเสี่ยงของโลกที่มีความผันผวนระดับหมอลำขนาดนี้ ก็มีความเสี่ยงอยู่หลายด้าน ทั้งเรื่องเล็กๆ ไปถึงเรื่องใหญ่

  • เรื่องความปลอดภัย ในการนำเหรียญไปล็อกไว้กับแพลตฟอร์มใหม่ที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ ก็อาจถูกหลอกให้นำเหรียญไปล็อกไว้ได้ หรือไม่ก็มีช่องโหว่จนถูกขโมยเงินทั้งหมดออกไป ซึ่งวิธีแก้ง่ายๆ เลยก็แค่เลือกแพลตฟอร์มดัง หรือตามที่เราบอกไปอย่าง Binance ก็ได้
  • ราคาของสินทรัพย์ นี่ก็เป็นอีกความเสี่ยงหนึ่งสำหรับผู้ที่เลือกเหรียญที่มีความผันผวนสูง ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของคริปโตอยู่แล้ว ซึ่งการถือไว้เราก็อาจไหวตัวทันและ  Cutloss ด้วยการขายทิ้งได้ แต่ในการล็อกเหรียญไว้ก็อย่างที่บอกว่ามันไม่สามารถเอาออกมาทำรายการใดๆ ได้แม้กระทั่งถอน ในการฝากไว้นานๆ แล้วเกิดมีมูลค่าลดลงก็จะเท่ากับว่าเราขาดทุนนั้นเอง
  • รายรับที่ไม่คงที่ ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างวันแรกที่เรากดล็อกรายได้อาจอยู่ที่ 15% แต่อาทิตย์ต่อมาอาจเหลือเพียง 5% ก็ได้ หรืออาจเพิ่มไปอีกเท่าตัวก็ได้ ซึ่งมันอาจทำให้เราประเมินกำไรได้ยาก แต่ใดๆ การ Staking ก็ยังได้ค่าธรรมเนียมที่เยอะอยู่ดี ยิ่งการถือไว้ยาวๆ การขึ้นลงของค่า APY ที่จะให้ 3-20% ก็อาจทำให้เรามีโอกาสได้กำไรในวันที่ขึ้นไปแตะ 20% หรือหากได้ 3% รายสัปดาห์ก็ยังเยอะอยู่ดี

สรุป Staking คืออะไร ทำเงินง่ายๆ สไตล์ passive

Staking คืออะไร

การลงทุนในแบบง่ายๆ โดยการนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปฝากไว้ เพื่อค้ำประกันในการตรวจสอบการขุดเหรียญ ซึ่งช่วยในเรื่องของการซื้อการ์ดจอมาขุด หรือลดพลังงานในการตรวจสอบ Node ของคริปโต โดยก็มีวิธีการทำง่ายๆ มีเหรียญที่สามารถทำได้ไม่กี่ตัว แถมความเสี่ยงยังมีต่ำอีกด้วย

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง